HOME
WEBBOARD
NEWS !
CONTACTS & JOBS
  เด็กที่มีความต้องการพิเศษ คือ ?
กลุ่มเด็กที่ไม่สามารถพัฒนา ความสามารถ ได้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ได้ด้วยวิธีการปกติ ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงดูตาม....
  นักกิจกรรมบำบัด คือ ?
กิจกรรมบำบัด ( Occupational Therapy ) เป็นวิชาชีพทางการแพทย์แขนงหนึ่งที่ประยุกต์ กิจกรรมมาใช้ในการตรวจ ประเมิน วินิจฉัย ส่งเสริม ดูแลรักษา....
  Sensory Integration หรือ SI คือ ?
Sensory Integration หรือ SI คือ กระบวนการการทำงานของระบบประสาทส่วน กลางในการจัดระเบียบสัญญาณประสาท ที่รับจากอวัยวะรับความรู้สึก แล้วผสมผสานหรือคัดกรองความรู้สึกนั้นเพื่อ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างเหมาะสม....

Autistic disorder (AD) โดยผศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี

ลักษณะอาการทางคลินิก

พ่อแม่มักเริ่มสังเกตว่าผู้ป่วยมีพัฒนาการด้านสังคมผิดปกติเมื่ออายุประมาณ 9-18 เดือน ได้แก่ พฤติกรรมเหมือนอยู่ในโลกของตนเองคนเดียว ไม่สนใจบุคคลอื่น ไม่มองสบตา ไม่มีพฤติกรรมที่แสดงอารมณ์ผูกพันต่อพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู ( attachment behavior) ไม่ชอบเล่นหรือสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นตามระดับพัฒนาการ ไม่แสดงอารมณ์โต้ตอบหรือความสนใจร่วมกับคนอื่น และมักสนใจสิ่งที่เป็นวัตถุมากกว่าบุคคล เป็นต้น

ผู้ป่วยอาจมีพัฒนาการด้านสังคมผิดปกติตั้งแต่วัยทารก เช่น ไม่ยิ้มทักทาย ( social smile) ไม่แสดงท่าทางดีใจหรือตอบสนองเมื่อพ่อแม่ทำท่าจะอุ้ม ไม่กลัวคนแปลกหน้า ไม่มีความวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากพ่อแม่ เป็นต้น

สมมติฐาน theory of mind อธิบายว่าพฤติกรรมด้านสังคมเกิดจากผู้ป่วยไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรมทางสังคมของผู้อื่น อาการที่ทำให้พ่อแม่กังวลและพามาพบแพทย์บ่อยที่สุดคือพัฒนาการด้านภาษาล่าช้า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถพูดเป็นคำที่มีความหมายได้เมื่ออายุ 2 ปี ผู้ป่วยบางคนอาจพูดได้แต่มักมีพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารผิดปกติอย่างชัดเจน เช่น พูดโดยไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อโต้ตอบกับคนอื่น ไม่มีระดับเสียงสูงต่ำและไม่มีอารมณ์สอดแทรกในการพูด พูดบางคำหรือบางประโยคซ้ำๆ พูดตามคำพูดคนอื่นซ้ำๆ ( echolalia) พูดทวนคำถามแทนการตอบคำถาม ใช้สรรพนามแทนตนเองและคนอื่นสลับกัน ใช้คำพูดบางคำแทนความหมายบางอย่างที่คนอื่นไม่เข้าใจ บางคนอาจพูดเป็นภาษาของตนเอง (neologism) และมักขาดทักษะในการพูดเพื่อปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เป็นต้น

ทางด้านพฤติกรรมและความสนใจผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมแตกต่างจากเด็กปกติอย่างชัดเจน คือไม่เล่นเลียนแบบหรือเล่นสมมุติตามจินตนาการ ไม่เล่นของเล่นที่เด็กทั่วไปชอบเล่น มักมีพฤติกรรมบางอย่างซ้ำๆโดยไม่มีจุดมุ่งหมายที่คนอื่นเข้าใจได้ เช่น จัดของใช้บางอย่างหรือของเล่นเรียงเป็นแถว จัดวางสิ่งของในตำแหน่งเดิมเสมอ ทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่มีความหมายหรือไม่เกิดประโยชน์ตามขั้นตอนเป็นกิจวัตรโดยไม่ยืดหยุ่น เป็นต้น และมักมีปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรงเมื่อถูกขัดขวาง มักสนใจหมกมุ่นมากในบางเรื่อง เช่น วัตถุที่มีการหมุน ตราหรือสัญลักษณ์ของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ สัญญาณจราจร เป็นต้น หรือสนใจเฉพาะบางส่วนหรือบางด้านของวัตถุ เช่น สนใจเฉพาะล้อของรถของเล่น สนใจกลิ่นของวัตถุต่างๆ เป็นต้น และมักมีการเคลื่อนไหวผิดปกติซ้ำๆ เช่น เดินเขย่งเท้า เดินหมุนเป็นวงกลม สะบัดมือ เป็นต้น

สมมติฐาน central coherence อธิบายว่าพฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากผู้ป่วยไม่สามารถบูรณาการข้อมูลทุกด้านให้รวมกันเป็นความหมายเหมือนคนปก ติได้ จึงเรียนรู้หรือสนใจเฉพาะข้อมูลเพียงบางด้านเท่านั้น อาการทางด้านพฤติกรรมและความสนใจมักเกิดหลังอาการด้านสังคมและการสื่อสาร และมักแสดงอาการมากขึ้นหลังจากอายุ 2-3 ปี อาการอื่นที่มักพบร่วมด้วย ได้แก่ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าบางอย่างมากเกินไป อารมณ์รุนแรงและเปลี่ยนแปลงง่าย พฤติกรรมซนมาก อยู่ไม่นิ่ง ขาดสมาธิ พฤติกรรมก้าวร้าวและทำร้ายตนเอง เป็นต้น การตรวจร่างกายอาจพบความพิการเล็กน้อยบางอย่าง เช่น ลักษณะใบหูผิดปกติ hypertelorism เป็นต้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการเข้าเกณฑ์วินิจฉัยก่อนอายุ 2 ปี แต่ประมาณร้อยละ 20-30 ของผู้ป่วยมีพัฒนาการในช่วงอายุ 12-18 เดือนแรกทุกด้านปกติ อาจเริ่มพูดเป็นคำที่มีความหมายได้บ้างแล้ว หลังจากนั้นจึงเริ่มมีพัฒนาการถดถอยและแสดงอาการของโรคชัดเจนขึ้น ลักษณะอาการของผู้ป่วยกลุ่มนี้เรียกว่า “late-onset autism” หรือ “regressive autism”

 

กลับไปหน้า Autistic Disorder and Other Pervasive developmental

 

 

 

ขอขอบคุณ ผศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมนักกิจกรรมบำบัด/อาชีวบำบัดแห่งประเทศไทย(OTAT)

แนะนำ ติ-ชม หรือหากท่านมีข่าวสารที่ต้องการนำเสนอ E-mail มาที่ iamsmartkids@yahoo.co.th copyright 2006 Smartkids Allrights reserved*